Home » lenovo review

Review – Lenovo IdeaPad S540 13 จอ QHD สวยเนียน สเปก Core i Gen 10 + MX250 แรงลื่น เบา 1.28 โล

30 Dec 19 - By l

Lenovo IdeaPad S540 13 เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุด สเปก Intel Core i Gen 10 + NVIDIA GeForce MX250 ที่เน้นความบางเบาและหรูหราตามสไตล์ของ Ultrabook มีเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและมีสไตล์ Lenovo เหมาะสำหรับการใช้งานไปนู้นมานี่เน้นตอบโจทย์คนที่ต้องการโน้ตบุ๊คที่ต้องการพกพาไปนอกสถานที่บ่อยๆ รูปลักษณ์ดูดีเกินกว่าค่าตัว โดยรองรับการทำงานพื้นฐานเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นทำงานเอกสาร เล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงดูซีรีส์สตรีมมิ่งต่างๆ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติพอได้

สำหรับ Lenovo IdeaPad S540 13 เป็นโน้ตบุ๊คขนาดหน้า 13.3″ ความละเอียด Quad HD ที่ 2560 x 1600 พิกเซล สัดส่วน 16:10 ได้สเปกใหม่ล่าสุดอย่างชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U / Core i7-10510U สถาปัตยกรรม Comet Lake 14 นาโนเมตร ที่ได้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่า Core i Gen 8 และได้ฟีเจอร์อื่นๆ มากกว่า ได้แรมขนาด 8 – 16 GB และ SSD 512GB – 1TB โดยมีความเบาเพียง 1.28 กิโลกรัม ประกันเป็นแบบ On-site Service ระยะเวลา 2 ปีเต็ม สนนราคาที่ 29,990 – 41,990 บาท

VDO Review

Specification

โดย Lenovo IdeaPad S540 13 ที่เราได้รับมารีวิวในครั้งนี้ จะเป็นรุ่นเริ่มต้นราคา 29,990 บาท มาพร้อมชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U ที่เป็นชิป 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 1.6 GHz สามารถเร่งความเร็วสูงสุดได้เป็น 4.2 GHz ทำงานร่วมกับแรม DDR4 Bus 2666MHz ขนาด 8GB การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics 620 สำหรับใช้งานทั่วไป และมีการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDRR5) ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลก็ใช้เป็น SSD M.2 NVMe ความจุ 512 GB ทำให้สเปคโดยรวมนั้นลงตัวมาก ๆ สำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นเว็บ ทำเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ลื่นไหล เน้นพกพาไปใช้งานนอกสถานที่

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือหน้าจอ โดย Lenovo IdeaPad S540 13ใช้หน้าจอขนาด 13.3″ ความละเอียดระดับ Quad HD (2560 x 1600 พิกเซล) อัตราส่วน 16:10 ขอบจอบางเฉียบทั้ง 4 ด้าน พาเนลจอแบบ IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ซึ่งจัดว่าเป็นสเปคจอที่เหมาะสำหรับการใช้งานแทบทุกรูปแบบ มาพร้อม Windows 10 Home Single Language และซอฟต์แวร์จากทาง Lenovo Vantage ที่ช่วยในการจัดการปรับแต่ง

พอร์ตเชื่อมต่อก็มาพร้อมพอร์ตจำเป็นค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-C จำนวน 2 พอร์ต ที่เน้นไว้ชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์เป็นหลัก ส่วนช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. ยังมีมาให้ การเชื่อมต่อไร้สายเป็น Wi-Fi 6 AX นอกจากนี้ยังมี 3D IR Camera สำหรับใช้งานร่วมกับฟังก์ชัน Windows Hello ของ Windows 10 เพื่อล็อกอินโดยใช้การสแกนใบหน้าอีกด้วย ส่วนสเปคตัวท็อปจะได้ CPU / RAM / SSD จะได้มากกว่า สำหรับประกันเป็น 2 ปี On-site Service เหมือนกัน

Hardware / Design

ดีไซน์การออกแบบโดยรวมของ Lenovo IdeaPad S540 13 นั้นจะดูเล็กกว่าโน้ตบุ๊คหน้าจอ 13.3″ แบบสมัยก่อนอยู่พอสมควร เนื่องด้วยขอบจอที่บางกว่าปกติ ทำให้ตัวเครื่องดูเล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพา แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะเล็กพอๆ กับโน้ตบุ๊คจอ 12.5″ ส่งผลให้ Lenovo IdeaPad S540 13 เป็นอีกหนึ่ง Ultrabook รุ่นล่าสุดสเปก Core i Gen 10 ที่ดูเล็กกระทัดที่สุด

ด้วยดีไซน์ออกมาได้ขอบหน้าจอบางเฉียบ ส่วนของตัวเครื่องทั้งหมดจะใช้เป็นอลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ ทำให้ได้ข้อดีมาก็คือทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักที่เบา พร้อมสีสัน 2 สี อย่างสีเงิน Light Silver หรือสีฟ้า Ice Blue ส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของตัวเครื่องดูหรูหราให้อารมณ์พรีเมียมสุดๆ แตกต่างจากโน้ตบุ๊ต Lenovo IdeaPad รุ่นอื่นๆ อย่างชัดเจน

ตัวเครื่องมีการออกแบบโดยรวมให้ดูทันสมัยและเรียบง่าย โลโก้ Lenovo จะมีอยู่ 2 จุดเท่านั้น คือ มุมบนฝาหลังด้านซ้าย และมุมใต้หน้าจอด้านซ้ายเท่านั้น ที่มุมตัวเครื่องจะทำให้เป็นแบบโค้งมน แต่ว่าไม่ได้มนมากจนเกินไป ตามมาด้วยการใส่รายละเอียดในการทำให้ตัวเครื่องมีลักษณะงานประกอบทั้งหมดแทบจะเป็นชิ้นเดียวกัน แบบ Unibody ส่งให้เวลาที่เราจับถือหรือใช้งานจะรู้สึกว่าแน่นหนา ซึ่งจากการใช้งานจริงพื้นผิวบางนี้เป็บรอยนิ้วมือค่อนข้างยาก ฉะนั้นหายห่วงเรื่องความสะอาดได้เลย หรือถ้าจะเช็ดก็ง่ายดาย

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Lenovo IdeaPad S540 13 เป็นโน้ตบุ๊คบางเบาที่ทรงประสิทธิภาพในการทำงานทั่วไปเน้นการพกพา เพราะมีน้ำหนักตัวที่เบามากๆ แถมตัวเครื่องยังบางสุดๆ โดยสามารถถือได้ด้วยมือเดียวอย่างสบายๆ ด้วยน้ำหนักเพียง 1.28 กิโลกรัมเท่านั้น มาพร้อมความบางเพียง 14.8 มิลลิเมตรเท่านั้น บอกได้เลยว่าบางสุดๆ แบบที่หารุ่นเปรียบเทียบได้ยาก ซึ่งการที่จะบางขนาดนี้ได้ ฮาร์ดแวร์ภายในจำเป็นต้องฝังบอร์ดเกือบทั้งหมด จะมีเพียง SSD M.2 ที่สามารถอัพเกรดได้ (จริงๆ 512GB ก็ไม่อัพแล้วก็ได้นะ)

นอกเหนือจากนี้ Lenovo IdeaPad S540 13 ยังมีการออกแบบภายในโดยใช้พัดลมระบายความร้อนแบบ 1 ตัว ในการท่ายเทความร้อนออกไปจากช่องทางใต้หน้าจอ โดยดูดลมเย็นจากใต้ตัวเครื่องพร้อมทั้งช่องคีย์บอร์ด ทำให้การทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพก็ยังถ่ายเทความร้อนได้อย่างรวดเร็วน่าประทับใจ ในการใช้งานไปแทบจะไม่รู้สึกถึงความร้อนภายใน ส่วนใต้ตัวเครื่องก็มาพร้อมงานประกอบเรียบร้อยมาตรฐานโน้ตบุ๊ค Lenovo ระดับสูง

สำหรับ Lenovo IdeaPad S540 13 ถือว่าเป็น Ultrabook ระดับกลางค่อนสูงของทาง Lenovo ที่ยังเป็นซีรีส์ Ideapad (ถ้าซีรีส์ที่สูงกว่าจะเป็น YOGA) ​แต่มีการต่อย้ำเลยของความบางเบาด้วยชื่อรุ่นขึ้นต้นเป็น S (Slim) ก็คือจะเป็นโน้ตบุ๊กเน้นความบางเบา แต่ต่างจาก C (Convertible) ก็จะเป็น 2-in-1 Notebook ที่พับหน้าจอได้ 360 องศานั่นเอง อย่างไรก็ตาม Lenovo IdeaPad S540 13 สามารถกางหน้าจอได้ประมาณ 145 องศา ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปอยู่

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ดของ Lenovo IdeaPad S540 13 นั้นตัวปุ่มเป็นสีดำขนาดใหญ่ตัดกับตัวเครื่องเป็นอย่างดี พร้อมตัวอักษรโปร่งแสงมีการออกแบบมาให้ปุ่มมีความโค้งรับกับนิ้วมือได้พอดีสไตล์ Lenovo ทำให้สามารถพิมพ์ได้ง่ายขึ้น กับมาตรฐานคีย์บอร์ด 4 แถวขนาด Full Size อีกทั้งด้านการใช้งานในการพิมพ์ ก็ยังเด้งตอบสนองได้เป็นอย่างดีทั้งขนาดแป้นพิมพ์ที่รับกันนิ้วและช่องว่างระหว่างแป้นที่ทำให้มีความแม่นยำในการกดในส่วนของไฟ LED Backlit ก็สามารถใช้งานได้ดีทีเดียว ส่วนปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่ขอบตัวเครื่องด้านขวาพร้อมไฟส่องสว่างแสดงสถานะ

ทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่องแบบไดมอนคัต เพื่อสร้างความประทับใจ ส่วนดีไซน์นั้นก็ใช้เป็นแบบไม่มีปุ่มแยกออกมาเช่นเดียวกับโน้ตบุ๊คปัจจุบันหลายๆ รุ่น แต่ก็คลิกซ้ายคลิกขวาหรือใช้งาน Multi-Touch ได้ปกติ การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ตัวซอฟต์แวร์ที่ให้มาสามารถควบคุมจัดการได้ดี ใช้งานแบบมัลติทัชได้ลื่นไหลพอสมควร

Screen / Speaker

หน้าจอของ Lenovo IdeaPad S540 13 เป็นจอกระจกพาเนล IPS ที่ให้มุมมองกว้างถึง 178 องศา ที่ให้ภาพคมชัด สวยงามทุกมุมมอง เมื่อประกอบกับขอบจอที่บางเฉียบทั้ง 4 ด้านของหน้าจอแสดงผลทั้งหมด ทำให้ไม่ว่าจะการใช้งานทั่วไป การเปิดหน้าเว็บ การชมภาพยนตร์ ซีรีส์ รวมถึงการเล่นเกมดูเต็มอารมณ์มากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามจอกระจกก็ยังมีเงาสะท้อนที่เกิดขึ้นอยู่พอสมควร ต้องเลือกมุมดีๆ แต่ก็ไม่ลำบากอะไรมากมาย

เรียกได้ว่าเป็นโน้ตบุ๊คที่ให้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่ง อีกทั้งแม้ขอบหน้าจอจะบางแต่ก็ยังติดตั้ง Webcam และไมโครโฟนแบบคู่มาปกติที่ขอบด้านบน พร้อมด้วยเทคโนโลยี 3D IR Camera เพื่อใช้งาน Face Recognition ร่วมกับ Windows Hello ด้วย ส่งผลให้เราสามารถใช้งานได้สะดวกสบาย ไม่ต้องกรอกรหัสแบบเดิมๆ อีกต่อไป รวมถึงมีความปลอดภัยด้วย

ให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 99% (เส้นสีเขียว) และ AdobeRGB ที่ 76% (เส้นสีม่วง) เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันอยู่ในระดับที่น่าประทับใจมากๆ  ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 250 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าช่องมุมซ้ายบนของจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่สุด แต่สำหรับช่องแถวล่างช่องกลางเหมือนจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 11% เท่านั้น ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ด้านของลำโพงสเตอรีโอ 2 x 2Watt ของ Lenovo IdeaPad S540 13 มีเทคโนโลยี Dolby Audio ให้เสียงที่ดีประทับใจ แโดยถูกติดตั้งบริเวณด้านล่างซ้ายขวาขอบตัวเครื่อง ในเรื่องของความดังของเสียงเรียกว่าทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจทีเดียว ส่วนในเรื่องคุณภาพเสียงนั้น ถือว่าดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปแบบรู้สึกได้ ซึ่งเพียงพอกับการใช้งานดูหนังฟังเพลงแบบสบายๆ แล้ว ส่วนใครจะเอาไปต่อกับหูฟังหรือลำโพงเพิ่ม ก็สามารถทำได้หากว่าต้องการคุณภาพเสียงที่ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

Connector / Thin And Weight

พอร์ตการเชื่อมต่อตัวเครื่อง Lenovo IdeaPad S540 13 นี้จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คบางเบาที่มีการกระชับพื้นที่มากๆ แต่ก็ยังมีการติดตั้งพอร์ต USB 3.1 Type-A ที่ 1 ช่อง โดยรองรับการชาร์จไฟไปยังอุปกรณ์อื่นๆ พร้อมเลือกที่จะติดตั้งพอร์ต USB 3.1 Type-C จำนวน 2 ช่อง ซึ่งรองรับการชาร์จไฟผ่านทางอแดปเตอร์ (USB PD) ทำให้ในการใช้งานกับอุปกรณ์อย่าง HDMI จำเป็นต้องใช้ Hub ในการเชื่อมต่ออยู่  พร้อมช่องต่อหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร ปิดท้ายปุ่ม Recovery  ตามสไตล์ของ Lenovo นั่นเอง

ขนาดของตัวเครื่องและสายชาร์จ เมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊ค 13.3″ ทั่วไปถือได้ว่ามีมิติที่เล็กกว่าพอสมควร ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องเปล่านั้น อยู่ที่ 1.28 กิโลกรัม และเมื่อรวมกับตัวก้อนอแด็ปเตอร์เข้าไปด้วย ก็จะมีหนักราวๆ 1.5 กิโลกรัมเท่านั้น ก็จัดว่ามีน้ำหนักที่มีความเบามากๆ เลย แน่นอนว่าตอบสนองในเรื่องของการพกพาไปนอกสถานที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ สมกับเป็นโน้ตบุ๊คประเภท Ultrabook เน้นประสิทธิภาพในยุคปัจจุบันทีเดียว

Performance / Software

 . 

Lenovo IdeaPad S540 13 ที่ได้รับมารีวิวเป็นสเปกขายจริง ได้ชิปประมวลผลรุ่นล่าสุดระดับสูงอย่าง Intel Core i5-10210U สถาปัตยกรรม Comet Lakeใหม่ล่าสุด ทำงานแบบ 4 Core / 8 Thread ความเร็ว 1.60 – 4.20 GHz เทคโนโลยีการผลิตที่ 14 นาโนเมตร มีค่า TDP ที่ 10 – 15 – 25Watt ที่เน้นความแรงกว่า Ice Lake 10 นาโนเมตร รองรับการใช้งานทั่วไปได้สบายๆ ส่วนแรมก็ให้มาเป็นแบบ 8GB DDR4 Bus 2666 MHz  ที่เพียงพอต่อการใช้งานทันที อีกทั้งได้ SSD M.2 NVMe ความจุ 512GB ที่ได้ทั้งขนาดที่ใหญ่ใส่ไฟล์ได้เยอะ

โดยมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home Single Language มาตั้งแต่แกะกล่อง ดังนั้นจึงไม่ต้องห่วงเรื่องลิขสิทธิ์ Windows เลยครับ ส่วนถ้าต้องการเคลียร์เครื่อง ก็สามารถใช้งานฟังก์ชัน Reset this PC ที่อยู่ใน Settings ของ Windows 10 ได้เลยโดยไม่ต้องฟอร์แมต SSD เพื่อลง Windows ใหม่

   

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 620 ไม่ต่างจาก Core i Gen 8 ที่ให้พลังในการประมวลผลที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างในเรื่องของกราฟิก 2 มิตินั้นก็รองรับได้อย่างสบายๆ หรือถ้าเป็น 3  มิติก็ต้องบอกว่ารองรับการทำงานได้ในระดับเบื้องต้นเท่านั้น แต่ก็รองรับการทำงานกับหน้าจอความละเอียดสูงได้แบบไม่มีปัญหา  และนอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการ์ดจออย่าง NVIDIA GeForce MX250 (2GB GDDR5) ที่ประสิทธิภาพที่เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับ GTX 950M พอเล่นเกมออนไลน์ได้เลย ซึ่งเดี๋ยวไปดูผลทดสอบกันอีกที

ส่วนการทดสอบพลังประมวลผลด้วยโปรแกรม Cinebench ก็ให้ผลคะแนนในส่วนของ CPU ได้ดีตามระดับของ Core i5 Gen 10 ในรหัส U ส่วนด้านของ OpenGL ก็คะแนนพุ่งกว่าเครื่องที่ใช้ชิปออนบอร์ดทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นประหยัดพลังงาน ที่ใกล้เคียงกับตระกูล H ทีเดียว โดยดีขึ้นกว่า Core i5 Gen 8 รุ่นก่อนหน้าประมาณนึง

ด้านของ Storage เป็น SSD มาตรฐาน NVMe ระดับบน ความจุ 512GB ที่ทำการทดสอบด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark ก็พบว่าความเร็วในการอ่านอยู่ที่ 3440 MB/s ส่วนความเร็วในการเขียนก็อยู่ที่ 1937 MB/s ด้านของความเร็วในการอ่านเขียนไฟล์ก็จัดว่าอยู่ในระดับที่ดีมากๆ สามารถใช้งานทั่วไปได้เหลือเฟือ ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ เร็วกว่ามาตรฐาน SATA 3 หลายเท่าตัว

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 3284 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คทีมีชิปประมวลผลเป็น Intel Core i Gen 10 ทำให้มีคะแนนพุ่งใกล้เคียงโน้ตบุ๊คบางเบาในสเปกที่เป็น Intel Core i Gen 8

ทดสอบเกมสำหรับ Lenovo IdeaPad S540 13 เผยถึงเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 3 ออนไลน์ เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยค่อนข้างลื่นไหล น่าประทับใจทีเดียว เมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คที่ไม่ได้เน้นเล่นเกมมาก ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i5-10210U ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce MX250 ประกอบกับยังใช้แรม 8GB DDR4 รวมไปถึง SSD ก็ส่งผลช่วยด้วย

เกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมด ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นได้ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทเฉลี่ยอยู่ที่ 70 ขึ้นไปตลอด (อยากลื่นกว่านี้ก็ปรับกลางๆ ได้) แต่ในส่วนของเกมอื่นๆ อย่าง Overwatch ที่ปรับ Low ได้เฉลี่ยอยู่ที่ 52 นับได้ว่าตัวเครื่องของ Lenovo IdeaPad S540 13 สามารถดึงประสิทธิภาพได้มากกว่าโน้ตบุ๊คที่สเปกใกล้เคียงกัน ซึ่งสรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ อยู่ คาดว่าถ้าปรับ Medium ก็น่าจะเล่นได้ลื่นๆ พอได้อยู่

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ Lenovo Vantage ก็เรียกได้ว่าเป็นซอฟแวร์ที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดการและควบคุมในหลายๆ ส่วนของเครื่องได้ เรียกได้ว่าค่อนข้างละเอียดมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอัพเดทไดร์เวอร์ล่าสุด การเปิดปิดอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครื่อง ตั้งค่าทัชแพด การเชื่อมต่อไร้สาย แบตเตอรี่ กล้องเว็บแคม ระบบเสียง และ Fingerprint ที่ต้องบอกว่าซอฟต์แวร์ต่างๆ นั้นไม่ได้ติดตั้งมาให้หนักเครื่องเปล่าๆ แต่สามารถใช้งานได้จริง และใช้งานได้ดีอีกด้วย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ของ Lenovo IdeaPad S540 13 เป็นแบบฝังไว้ในเครื่องเหมือนกับโน้ตบุ๊คหลายๆ รุ่นในปัจจุบัน ตัวแบตเตอรี่มีขนาด ประมาณ 4,500 mAh สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนานประมาณเกือบ 12 ชั่วโมงต่อเนื่องในการใช้งานแบบดู YouTube ผ่าน Wi-Fi ถือได้ว่าเป็น Ultrabook หน้าจอ 13.3″ อีกรุ่นหนึ่งเลยที่มีแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวนานในระดับนึง ในการใช้งานจริงก็ถือว่าน่าประทับใจแล้ว พกพาไปใช้งานนอกสถานที่ทั้งวันได้เลย ที่สำคัญมีเทคโนโลยีรองรับระบบชาร์จเร็ว (Rapid Charge) ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ภายในระยะเวลา 1 ชั่วโมง ด้วยอแดปเตอร์ขนาด 65Watt

ผลการตรวจสอบอุณหภูมิขณะเครื่องทำงานปกติ มีเปิดโปรแกรมทำงานอยู่ด้วยบางส่วน โดยทดสอบเมื่ออยู่ในห้องแอร์อุณหภูมิประมาณ 28 องศา พบว่าความร้อนของ CPU จะอยู่ในช่วง 52 องศา ซึ่งจัดว่าอยู่ในระดับปกติของโน้ตบุ๊กบางเบาที่ใช้ชิป Core i7 ส่วนถ้าเป็นอุณหภูมิหลังจากทดสอบงานประมวลผลหนักๆ แล้ว จะเห็นว่าอุณหภูมิสูงสุดของ CPU นั้นพุ่งไปสูงสุดที่ 87 องศา และการ์ดจออยู่ที่ 63 องศาเท่านั้น เรียกได้ว่าจัดการความร้อนได้เป็นอย่างดี กับระบบระบายความร้อนที่ใช้พัดลม 2 ตัว (ปกติ Ultrabook บางเบารุ่นอื่นๆ จะใช้ตัวเดียว) รวมไปถึงถ้าไม่ใช้งานหนัก ตัวเครื่องเองก็ใช้งานได้อย่างเงียบสนิทเพราะพัดลมแทบไม่หมุนเลย

อย่างไรก็ตามช่องดูดลมเข้าไปในเครื่องจะอยู่ที่ฝาปิดด้านล่าง ดังนั้น แนะนำว่าระหว่างใช้งาน อย่าหาของไปปิดกั้นช่องนี้รวมไปถึงช่องร่องตามคีย์บอร์ดด้วย หรือถ้าต้องการหาแท่นระบายความร้อนที่มีพัดลมอยู่ใต้เครื่อง ก็ควรเลือกแท่นที่มาพร้อมพัดลมเป่าลมขึ้นมายังตัวเครื่องนะครับ เพื่อจะได้ให้ลมเย็นสามารถไหลเข้าไปภายในได้เร็วขึ้นด้วย

Conclusion / Award

เรียกได้ว่ามีความน่าสนใจจริงๆ สำหรับโน้ตบุ๊คอีกหนึ่งรุ่นที่ทุกๆ คนให้ความสนใจอย่าง Lenovo IdeaPad S540 13 ที่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่น Lenovo IdeaPad ตระกูลบางเบาประเภท Ulrabook ได้เป็นอย่างดีมาพร้อมความสมบูรณ์แบบ พร้อมตอกย้ำความเป็น IdeaPad S Series ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์การออกแบบ ภาพลักษณ์ วัสดุ งานประกอบ รวมไปถึงสเปคประสิทธิภาพและประสบการณ์ใช้งาน สมกับเป็น Ultrabook ระดับสูงของทาง Lenovo ที่ทุกคนต่างให้ความนิยม ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ Ideapad หรือ YOGA ก็ตาม

Lenovo IdeaPad S540 13 เป็นโน้ตบุ๊กสายพกพาบางเบาอีกรุ่นที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว ทั้งในด้านของความกะทัดรัดของตัวเครื่อง ที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คยุคก่อนๆ น้ำหนักเพียง 1 กิโลกรัมนิด ๆ ขอบจอบางเฉียบที่ให้ประสบการณ์การใช้งานที่ประทับใจ อีกทั้งการใช้งานคีย์บอร์ดก็ยังคงยอดเยี่ยม นับได้ว่าเป็นจุดเด่นของ Lenovo ที่ทำมาได้ดีโดยตลอด ถอดแบบมาจาก ThinkPad เลยก็ว่าได้ เชื่อได้เลยว่าแฟนๆ ของ Lenovo ต้องชื่นชอนกันแน่นอน

ส่วนประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องก็ยังครบครันทั้งแง่ของชิปประมวลผล Core i5 / i7 Gen 8 รุ่นล่าสุด รวมถึงแรม 8 – 16 GB และ SSD ในเครื่องอีก 512 GB หน้าจอ 13.3″ คุณภาพสูงพาเนล IPS ความละเอียด Quad HD เนียนตากว่าปกติ สัดส่วน 16:10 ให้พื้นที่การทำงานที่มากกว่า พร้อม Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที ที่ทำให้โน้ตบุ๊กเครื่องนี้ตอบโจทย์ทั้งการทำงานทั่วไป การใช้งานเพื่อความบันเทิง ตอบโจทย์ได้หมด อีกทั้งเมื่อเราเปิดฝาโน้ตบุ๊คขึ้นมาทุกครั้ง เครื่องจะเปิดใช้งานทันที ไม่ต้องกดปุ่ม Power แม้เราจะ Shutdown ไปแล้ว

แน่นอนว่า Lenovo IdeaPad S540 13 อาจจะยังไม่ใช่โน้ตบุ๊คที่ออกแบบและผลิตขึ้นมาสำหรับทุกคน แต่เน้นประสบการณ์ใช้งานเรื่องความบางเบาและพกพาเป็นหลัก พร้อมความพรีเมียมมากกว่า เพราะด้วยพอร์ตเชื่อมต่อมี USB 3.1 Type-C จำนวน 2 ช่อง แต่ก็ยังให้ USB 3.1 Type-A อีก 1 ช่อง ทำให้คนที่มีความต้องการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เดิมๆ อาจจะพก Hub เพิ่มนั่นเอง กับราคาเริ่มต้นที่ 29,990 บาท ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชูเรื่องของนวัตกรรมของทาง Lenovo ที่คุ้มค่าอีกหนึ่งรุ่น ส่วนตัวเองก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้สัมผัสและรีวิวโน้ตบุ๊คแบบนี้เหมือนกัน

จุดเด่น

  • มีดีไซน์ที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ Lenovo IdeaPad S มีความหรูหรา พรีเมียม
  • วัสดุทำจากอะลูมิเนียมอัลลอยด์ตลอดทั้งตัวเครื่องที่มีความแข็งแรง งานประกอบดูแน่นหนา
  • น้ำหนักเบา ขอบจอบาง พกพาสะดวกเหมาะสำหรับคนที่ชอบนำไปใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆ
  • ใช้งานจริงลื่นไหลแบบสุดๆ ด้วย Core i Gen 10 + MX250 + RAM 8GB + SSD 512GB
  • เล่นเกม 3 มิติ หรือตัดต่อวีดีโอพอได้ ใช้งานทั่วไปลื่นไหลสบายมาก
  • ฮาร์ดดิสก์ SSD M.2 NVMe มีความรวดเร็วระดับสูงในการใช้งาน
  • หน้าจอความละเอียด Quad HD พาเนล IPS สีสันสวยงามเนียนตา
  • ติดตั้ง USB 3.1 Type-C จำนวน 2 ช่อง รองรับกับอุปกรณ์ใหม่ๆ
  • เปิดฝาโน้ตบุ๊คขึ้นมา เครื่องจะเปิดใช้งานทันที ไม่ต้องกดปุ่ม Power
  • มาพร้อมสแกนใบหน้า 3D IR Camera ใช้งานผ่านทาง Windows Hello
  • รองรับ Rapid Charge ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ภายใน 1 ชั่วโมง
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง +
  • มีพัดลมระบายความร้อน 2 ตัว จัดการความร้อนได้เป็นอย่างดี
  • ลำโพงทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Dolby Audio ให้เสียงที่ดีประทับใจ
  • มีระบบปฏิบัติการ Windows 10 ติดตั้งมาให้ทันที
  • ประกัน 2 ปี แบบ On-site Service สบายใจหายห่วง

ข้อสังเกต

  • ตัดพอร์ต HDMI, SD Card Reader ออกทั้งหมด
  • ไม่มีมีอแดปเตอร์แปลงเป็นพอร์ตอื่นๆ มาให้ในบันเดิลด้วย

Award

โดยในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน้ตบุ๊คในกลุ่มเครื่องบางเบา ขนาดหน้าจอ 13.3″ ซึ่ง Lenovo IdeaPad S540 13ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

ดีไซน์โดยรวมของ Lenovo IdeaPad S540 13 มีความโดดเด่นเรื่องสีสัน รวมถึงหน้าจอขอบบางแบบบางพิเศษ ที่ทำให้สามารถใช้งานจอขนาด 13.3″ ภายในตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกว่าโน้ตบุ๊กทั่วไปที่ใช้จอขนาดเดียวกัน อีกทั้งความบางเบาคือจุดเด่น ด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดเล็กกระทัดรัดมากๆ บางแค่ 14.8 มิลลิเมตร เบาเพียง 1.28 กิโลกรัม ทำให้เป็นโน้ตบุ๊กที่เหมาะมาก ๆ สำหรับการพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ และนอกจากความบางเบา ยังมีความแข็งแกร่งอีกด้วย จากการใช้วัสดุอะลูมิเนียมตลอดทั้งตัวเครื่อง

ปัจจัยสำคัญของด้าน Mobility ก็คือขนาดที่กะทัดรัด แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ครอบคลุม ซึ่ง Lenovo IdeaPad S540 13 ตอบโจทย์ทั้งสามด้านได้อย่างครบถ้วนครับ กับตัวเครื่องบางเบา และการเชื่อมต่อแบบไร้สายที่ใหม่ล่าสุดและดีที่สุดอย่าง Wi-Fi 6 AX รวมถึง Bluetooth 5.0 ส่วนแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน แทบไม่ต้องพกพาอแดปเตอร์เลยทีเดียว

แน่นอนว่าถ้านับในแง่ของ Ultrabook ต้องบอกว่า Lenovo IdeaPad S540 13 ตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วนในทุกๆ มิติ ไม่ว่าจะในแง่ของความบางเบาและประสิทธิภาพ รวมไปถึงเล่นเกม 3 มิติก็ยังพอได้ ประกอบกับราคาในช่วงราคาเริ่มต้นที่คุ้มค่ามากๆ เพียง 29,990 บาท ทำให้เป็น Ultrabook ที่ลงตัวมาก ๆ สำหรับผู้ที่มองหาโน้ตบุ๊กบางเบาซักเครื่องมาใช้งานในระดับจริงจัง เน้นความหรูหราพรีเมียมในราคาที่ไม่แพง

© Copyright - Notebookspec.com All Rights