Home » 0. TOP content

Review – Acer Predator Helios 700 สเปกสุดแรง i9-9980HK + RTX 2080 สุดล้ำด้วย HyperDrift Keyboard

6 Sep 19 - By l

Acer Predator Helios 700 จัดว่าเป็น Gaming Notebook รุ่นใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยก่อนนี้เราได้เห็น Predator Helios 300 รุ่นใหม่ และ Predator Helios 500 รุ่นปัจจุบันไปแล้ว โดย Predator Helios 700 ปี 2019 Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 17.3″ ระดับสูงจัดเต็มด้วยดีไซน์การออกแบบและฟีเจอร์ที่ไม่เคยมีมาก่อนกับแนวคิดใหม่ที่คีย์บอร์ดอย่าง HyperDrift Keyboard สามารถใช้มือขวาลากสไลด์เลื่อนออกมาได้ทั้งชุดคีย์บอร์ดและทัชแพด เพิ่มประสบการณ์ใช้งานและพลังการระบายความร้อนยิ่งขึ้นไปด้วยโหมด Turbo Overclock ให้แรงยิ่งขึ้นไปอีก

Acer Predator Helios 700 มาพร้อมสเปกสูงสุดอย่าง Intel Core i9-9980HK ที่ทำงานร่วมกับการ์ดจอ GeForce RTX 2080 ที่เล่นเกมทุกเกมบนโลกในนี้ลื่นไหลแน่นอน ติดตั้งแรมได้สูงสุดที่ 64GB ใส่ SSD ได้แบบจัดเต็มที่ 2TB หน้าจอ 144Hz พร้อมใช้พาเนลคุณภาพสูง IPS คุณภาพสูง ขอบเขตสี sRGB ใกล้เคียง 100% โดดเด่นในของเรื่องมุมภาพที่กว้างแบบสีสันเที่ยงตรง เรียกได้ว่าเล่นเกมก็เทพทำงานก็เยี่ยม และมีการเชื่อมต่อเป็น Killer Wi-Fi 6 AX แถมทั้งยังมีระบบเสียงลำโพงแบบ 5.1 ด้วย ประกัน 3 On-site Service ในราคา 129,990 บาท

VDO Review

Specification

Acer Predator Helios 700 อยู่ 2 สเปกด้วยกัน โดยแอดมินโป้งได้มารีวิวเป็นรุ่นท็อป มาพร้อมกับ CPU ชิปประมวลผลเป็น Intel Core i9-9980HK ความเร็ว 2.4 GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 5.0 GHz ทำงานแบบ 8 คอร์ 16 เธร์ด การ์ดจอแรงที่สุดในตระกูล RTX อย่าง NVIDIA GeForce RTX 2080 (8GB GDDR6) โดยแรงกว่า GTX 1080 SLI พร้อมแรมขนาดใหญ่ที่ 64GB DDR4 ที่ฮาร์ดดิสก์เป็นแบบ SSD m.2 แบบ NVMe PCIe ที่ความจุ 2TB จัดว่าให้สเปกมาเหลือเฟือในการใช้งานทั่วไปมากๆ แต่เหมาะสำหรับการเล่นเกมแบบสุดๆ ให้เฟรมเรทขับเคลื่อนได้สูงมากๆ

หน้าจอขนาด 17.3 นิ้ว แบบด้าน ความละเอียด Full HD (1920 × 1080 พิกเซล) ​พาเนลคุณภาพ IPS คุณภาพสูง พร้อมตอบสนองที่ 144 Hz ทำงานร่วมกันกับชิป NVIDIA G-Sync ส่งผลให้ภาพทีความลื่นไหลไม่ฉีกขาด ในเฟรมเรทที่สูงอยู่ ตัวเครื่องยังมีลำโพงคุณภาพสูงทำงานบนซอฟแวร์เสียง Waves Maxx Audio แบบ 5.1 channel ทำให้การขับเสียงเวลาเล่นเกม หรือดูหนังฟังเพลงทำได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย เรียกได้ว่าให้ประสบการณ์การใช้งานงานทั้งภาพและเสียงที่สมบูรณ์แบบ

ทางด้านพอร์ทเชื่อมต่อเองมีมาให้อย่างครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น Thunderbolt 3 จำนวน 1 ช่อง, USB 3.1 Type-A จำนวน 3 ช่อง หนึ่งช่อง, HDMI 2.0, DisplayPort 1.4, ช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 ช่องเสียบไมค์ขนาด 3.5 และช่องสาย Lan RJ45 พร้อม E3000 Ethernet Controller, Wi-Fi 6 AX ทำงานแบบ Kller Doubleshot Pro พร้อม  Killer Control Center 2.0 ที่ช่วยให้การเล่นเกมออนไลน์ให้มีเสถียรภาพและสมูทขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การเชื่อมต่อไร้สายอย่างก็รองรับตัวที่เป็น Bluetooth 5.0 เป็นมาตรฐาน

Acer Predator Helios 700 มี Windows 10 แท้พร้อมใช้งานทันที มีประกัน 3 ปี On-site Service หรือส่งศูนย์ซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมง  โดยสนนราคาอยู่ที่ 129,990 บาท ส่วนอีกสเปกจะเป็นชิปประมวลผล Intel Core i7-9750H การ์ดจอเป็น RTX 2070 แรม 32GB และได้ SSD ที่ 1TB ซึ่งก็จัดได้ว่าเทพไม่แพ้กันเลยล่ะ

Hardware / Design

สำหรับ Acer Predator Helios 700 ใช้พื้นฐานเดียวกันมาจาก Acer Predator Triton 900 และ Acer Predator Helios 500 รวมไปถึงดีไซน์ที่เป็นครั้งแรกของโลก ที่ทาง Acer สร้างสรรค์ขึ้น โดยถือว่าเป็น Gaming Notebook มาตรฐานใหม่ที่มี HyperDrift keyboard ซึ่งเราสามารถใช้ปกติเหมือน Notebook ทั่วไป แต่เมื่อจะใช้งานหนักๆ รวมไปถึงเล่นเกม ก็สามารถใช้ฟีเจอร์ HyperDrift keyboard สไลด์เลื่อนออกมาได้ทั้งชุดคีย์บอร์ดและทัชแพดก็จะทำมุมพับเอียงไปพร้อมๆ กัน เพิ่มความแรงด้วยการ Overclock และการระบายความร้อนที่มากยิ่งขึ้น

ต็มที่ไปเลยกับขนาดที่หญ่โตและน้ำหนักของตัวเครื่อง โดยมีน้ำหนักที่ 4.5 กิโลกรัม และความหนาที่ 41.7 มิลลิเมตร จัดว่าเป็น Gaming Notebook จอ 17.3″ ที่ไม่เน้นความบางเบา แต่เน้นความแรง ระบบระบายความร้อน และฟีเจอร์มัลติโหมดเป็นหลัก ไม่สนความบางเบาอย่าง Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ ในปัจจุบัน ทำให้การพกพานั้นอาจจะไม่สะดวกนัก แต่ก็พอที่เคลื่อนย้ายไปไหนมาไหนบ้าง บนพื้นฐานการออกแบบให้ความรู้สึกที่ดุดันมีพลังด้วยวัสดุพลาสติกเกรดดีตลอดทั้งตัวเครื่อง

ดีไซน์การของ Acer Predator Helios 700 มาพร้อมความสดใหม่ ตัวเครื่องนั้นเป็นทรงแบบเหลี่ยมตัดมุมตลอดทั้งตัวเครื่อง ที่นับว่าเป็น DNA ของ Acer ที่เป็น Gaming Notebook ซึ่งดูแล้วมีความสมมาตรลงตัว มาพร้อมกับวัสดุผสมระหว่างอลูมิเนียมและพลาสติกเกรดดี มาในโทนสีดำอย่าง Obsidian black สลับกับสีฟ้าบางส่วนอย่างโลโก้และฟินระบายความร้อน พร้อมกันนั้นพื้นผิวเรียบจากการใช้วิธีพ่นทราย ซึ่งจะทำได้ละเอียดกว่าการขัดปกติ ผิวชิ้นงานเนียน และช่วยให้สีติดที่เนื้อวัสดุได้อย่างดีที่สุด แถมยังมีความทนทานด้วย โดยการใช้งานจริงนับว่าให้สัมผัสที่เยี่ยมยอด แตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไปแบบรู้สึกได้ในครั้งแรก

ซึ่งเวลาใช้งานตัวเครื่องนั้นทำให้ดูน่าใช้งานแบบเทพๆ เข้าไปอีก ด้วยกระจกโปร่งใส่รมดำที่อยู่เหนือคีย์บอร์ดเวลาที่เราสไลค์ออกมาจะโชว์การทำงานของพัดลมและฮีทไปป์ขนาดใหญ่หลายเส้นพาดผ่านอยู่ตรงกลางพร้อมมีไฟ LED ที่ปรับสีไฟได้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นการออกแบบที่แปลกตาไม่เคยเห็น แต่ใช้งานได้จริงทีเดียว พร้อมช่องดูอากาศขนาดใหญ่มากๆ เพื่อให้ช่วยดูดลมเย็นระบายความร้อนที่ดีกว่าเดิม รวมไปถึงยังมีปุ่มการตั้งค่าโปรไฟล์พร้อมปุ่ม Turbo ที่อยู่มุมบนซ้าย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเล่นเกมได้เป็นอย่างดี

Acer Predator Helios 700 โดดเด่นด้วยปุ่มกดที่เร่งประสิทธิภาพอย่าง Turbo ซึ่งอยู่เหนือแป้นคีย์บอร์ดทางซ้าย เพียงการกดครั้งเดียว ตัวเครื่องจะเร่งรอบพัดลมอัตโนมัติให้แรงที่สุดทั้ง 2 ตัว เพื่อให้ชิปประมวลผลทำได้เต็มที่ 100% ส่วนการ์ดจอก็จะมีการเร่งความแรงไปอีกให้เกิน 100% ด้วยการ Overclock เรียกได้ในการเล่นเกมเพื่อให้ลื่นไหลที่สุด ในการจัดการความร้อนที่ดีที่สุด เราสามารถทำได้ง่ายมากเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น แต่ก็อย่าลืมว่ากดแล้วพัดลมก็จะดังที่สุดเช่นเดียวกัน คงเป็นเรื่องที่ต้องยอมรับกันได้ (แต่ถ้าใช้งานทั่วไปก็จะมีความเงียบมากๆ แทบไม่ได้ยินเสียงว่าพัดลมทำงานรอบต่ำเลยทีเดียว)

ฝาหลังจะมีโลโก้ Predator พร้อมกับความสามารถเปล่งแสงสีฟ้าได้ ตรงขอบก็จะมีการตัดมุมไว้ให้ดูสวยงามและโดดเด่นกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไป นับว่าเป็น DNA ของ Acer Gaming Notebook เลยก็ว่าได้ สำหรับด้านฐานล่างตัวเครื่อง Acer Predator Helios 700 รุ่นนี้เป็นพลาสติกเรียบๆ พร้อมมียางรองขนาดใหญ่ทั้งหมด 4 จุด ช่วยยกตัวเครื่องให้สูงขึ้น ช่วยส่งมวลลมเย็นถูกดูดเข้าช่องลมขนาดใหญ่ได้มากขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการระบายความร้อนที่ดี ส่วนงานประกอบก็เนียบเหมือนเดิม เรื่องนี้ไว้ใจทาง Acer เค้าได้เลย

Acer Predator Helios 700 ใช้เทคโนโลยีการระบายความร้อนด้วยพัดลมแบบพิเศษ AeroBlade 3D Gen 4 ใช้พัดลม 2 ตัวขนาดใหญ่ ออกแบบพิเศษได้รับแรงบันดาลใจจากกลไกการบินที่เงียบสนิทและทรงพลังของนกฮูก ปลายใบพัดลมของเราจึงมีรอยหยักเพื่อให้อากาศผ่านได้มากขึ้น ซึ่งมีช่องระบายอากาศถึง 4 จุด อยู่ทางด้านหลังและด้านข้างของตัวเครื่อง เป่าไล่ลมร้อนผ่านชุดระบายที่แยกการระบายความร้อนระหว่างชิปประมวลผลและการ์ดจอด้วยฮีทไปป์รวมกันถึงหลายเส้น ที่ใหญ่กว่าทุกๆ รุ่นหายห่วงได้เลยในเรื่องของอุณหภูมิ และความทนทานในการใช้งานฮาร์ดแวร์ในระยาวไม่ว่าจะเล่นเกมหนักแค่ไหนก็ไม่ได้ก่อให้เกิดความร้อนสะสม

ส่วนปุ่มเปิดปิดเครื่อง Acer Predator Helios 700 ถูกติดตั้งไว้ตรงกลางตัวเครื่องด้านในเหนือชุดคย์บอร์ด พร้อมไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน ซึ่งตรงบริเวณนี้ตรงขอบบนมุมขวาจะเป็นโลโก้ลำโพงของ Waves Maxx Audio พร้อมทำงานร่วมกับลำโพงรอบทิศทาง 5.1 Channel ที่มีลำโพง 5 ตัว พร้อม Subwoofer อีก 1 ตัว อย่างที่หาได้ยากใน Gaming Notebook ทั่วไป สรุปโดยรวมแล้ว จัดว่าเป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมรุ่นพี่รุ่นใหญ่สุดจากทาง Acer ควบคู่ไปกับ Acer Predator Triton 900 ก็ว่าได้ แต่สำหรับดีไซน์แบบนี้ คีย์บอร์ดเลื่อนได้แบบนี้ จัดว่า Acer Predator Helios 700 เป็นรุ่นแรกของโลกก็ว่าได้ ที่มีแนวคิดนี้ ช่วยเรื่องของระบบระบายความร้อนและประสิทธิภาพตัวเครื่อง

 

Keyboard / Touchpad

คีย์บอร์ด HyperDrift ของ Acer Predator Helios 700 มาพร้อมคุณสมบัติพิเศษ MagForce Keys สำหรับปุ่ม WASD (มีเป็นกล่องแยกพร้อมชุดถอดแบบแม่เหล็กมาให้เลย) ใช้ระบบเทียบเท่าอะนาล็อค Linear Switches ให้สัมผัสที่ดีเยี่ยมพร้อมความแม่นยำ มีแรงต้านคงที่ตลอดการกดใช้งานหรือจะเรียกว่ามีจังหวะการกดเพียงหนึ่งจังหวะ ทำให้การตอบสนองของแป้นพิมพ์ แรงกด เหมาะกับการเล่นเกมแบบสุดๆ

พร้อมคีย์บอร์ดแบบ Full Size มีแป้นตัวเลข Numpad มาให้ด้วย การใช้ปุ่มหลายๆ ปุ่มพร้อมๆ กัน บนเทคโนโลยีไฟ RGB ทำให้เปลี่ยนสีได้ตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถปรับแต่งได้ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense (กดเรียกที่ปุ่มได้เลย) ซึ่งความโดดเด่นด้วยการที่เป็นแบบโปร่งแสงทำให้มีไฟเรืองแสงขึ้นมาจากตัวอักษรด้วย เรียกได้ว่าเน้นสำหรับเกมหรือทำงานก็เต็มประสิทธิภาพ

ที่สำคัญไฟ LED ก็เป็นแบบอิสระ เราสามารถตามใจของผู้ใช้หลากหลายรูปแบบ ผ่านทางซอฟต์แวร์ PredatorSense หรือจะปรับเป็นสีเดียวนิ่งๆ ก็ทำได้ ส่วนในการใช้งาน Turbo เราก็สามารถกดปุ่มได้เลย อยู่ใกล้ๆ กับปุ่มโปรไฟล์ Hotkey 3 ปุ่ม แบ่งเป็น 3 ชุด ที่เราสามารถตั้งค่าได้เพิ่มเติม โดยเมื่อกดแล้วเราจะเห็นว่ามีไฟสีฟ้าสว่างขึ้นที่ปุ่ม พร้อมกับรอบพัดลมที่ดังขึ้น และตัวซอฟต์แวร์เองก็จะแสดงสถานะการทำงานของการ Overclock การ์ดจอด้วย แต่มีเงื่อนไขก็คือ จำเป็นต้องต่ออแดปเตอร์ และต้องสไลด์คีย์บอร์ดลงมาด้วย ไม่อย่างงั้นกดปุ่ม Turbo ไปแล้ว ก็จะไม่ทำงาน Turbo แต่อย่างใด

ดีไซน์ทัชแพดนั้นก็ใช้เป็นแบบปุ่มแยกออกมา โดยการควบคุมสามารถทำได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงปุ่มคลิกทั้งซ้ายขวาก็มีความนุ่มและเด้งรับได้น่าประทับใจ การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยจะใช้งานปกติหรือจะเอียงก็ลงตัว นอกเหนือจากนั้นทัชแพดยังมีไฟ LED สีฟ้าเพิ่มความโดดเด่น ที่เราสามารถเลือกเปิดหรือปิดก็ได้ตามลักษณะการใช้งาน

Screen / Speaker

Acer Predator Helios 700 มีหน้าจอแสดงผลขนาด 17.3″ ความละเอียดเป็น Full HD (1920 x 1080 พิกเซล) ลงตัวกับขนาดใหญ่ ทำให้ภาพปรากฏออกมามีความเรียบเนียน รองรับ Refresh Rate ที่ 144Hz ในการเล่นเกมถือว่าลื่นไหลเต็มรูปแบบมากๆ จากการที่สเปกเครื่องแรงขับไหวอยู่แล้ว ด้วย Core i9-9980HK + RTX 2080 ลื่นกว่าที่ตาเราเห็นแน่นอน เพราะหน้าจอปกตินั้นจะแสดงได้สูงสุด 60Hz เท่านั้น

ที่สำคัญยังติดตั้งชิปประมวลผลภาพ NVIDIA G-SYNC ทำให้ในการใช้งานทั่วไป รวมไปถึงเล่นเกมนั้นไม่มีอาการภาพฉีกหรือภาพเบลอให้เห็นอีกด้วย พร้อมใช้พาเนลคุณภาพสูง IPS คุณภาพสูง ขอบเขตสี sRGB ใกล้เคียง 100% โดดเด่นในของเรื่องมุมภาพที่กว้างแบบสีสันไม่เพี้ยน  เมื่อใช้การดูภาพ ดูวิดีโอ และเล่นเกมก็ทำได้อย่างเป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเล่นเกมก็เทพทำงานก็เยี่ยม

ส่วนบานพับก็แข็งแรงกว่ารุ่นพร้อมกางได้ถึง 145 องศา พร้อมขอบหน้าจอที่บางเฉียบ แต่ก็ยังสามารถติดตั้งกล้องเว็บแคมและไมโครโฟนแบบคู่ไว้ด้านบนได้ ที่สำคัญบริเวณมุมขอบหน้าจอซ้ายและขวายังมีการตัดมุมให้ดูสวยงามลงตัวแตกต่างจาก Gaming Notebook ทั่วไป เรียกได้ว่าได้รับแรงบันดานใจเต็มๆ มาจาก Predator รุ่นอื่นๆ โดยตัวหน้าจอยังติดตั้งกล้องเว็บแคมและไมโครโฟนแบบคู่ไว้ด้านบนได้ตามปกติ

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ Acer Predator Helios 700 ที่เป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้หน้าจอพาเนล IPS คุณภาพสูง เราใช้เครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด โดยผลออกมาเผยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 95% และ AdobeRGB ที่ 71%

เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันระดับที่ดีมากๆ สูงเกือบ 100% ทีเดียว ความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 300 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานความสว่างของหน้าจอในโน้ตบุ๊กทั่วไป คือ พอสู้แสงกลางแจ้งได้ รวมไปถึงการทำงานภาพกราฟิกหรือตกแต่งภาพที่เน้นมืออาชีพมากๆ ก็ทำได้ดีเช่นกัน เรียกได้ว่าเล่นเกมก็ลื่น ดูหนังก็สวยงาม เอาไปทำงานก็แม่นยำใช้ได้ทีเดียว

ต่อกันที่วัดความสว่างของหน้าจอตามตำแหน่งต่างๆ ของ Acer Predator Helios 700 โดยแบ่งเป็น 9 ช่อง เทียบจากช่องกลางที่ปกติแล้วจะให้ความสว่างที่มากที่สุด ที่จะเห็นได้ว่าแถวกลางของจอเป็น 0% ก็คือแสดงความสว่างได้เต็มที่ที่สุด แต่สำหรับช่องซ้ายด้านล่างและด้านบนจะมีแสงสว่างที่ลดลงระดับ 14% ในการทดสอบก็เพื่อให้เราใช้งานอย่างระมัดระวังสำหรับคนที่บังเอิญจำเป็นต้องใช้งานภาพถ่าย หรืองานกราฟิกอื่นๆ ปิดท้ายด้วยคะแนน 4 เมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite

ระบบเสียง Acer Predator Triton 900 ก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน ด้วยลำโพงคุณภาพสูงระบบเสียงลำโพงแบบ 5.1 ติดตั้งอยู่มุมหน้าด้านหน้าของตัวเครื่องทั้งขอบหน้าจอ และขอบตัวเครื่องด้านหน้า พร้อมลำโพง Subwoofer อีก 1 ตัว ให้มิติของเสียงที่กว้างสมจริง เหนือชั้นกว่า Gaming Notebook ทั่วไปมากๆ เพราะปกติให้มาเพียงแบบ 2.0 สเตอริโอเท่านั้น

โดยมีซอฟแวร์ปรับแต่งเสียง Waves Maxx Audio ระบบเสียงที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ขยายทั้งความดัง คุณภาพเสียงที่ดี และเสียงทุ่ม รองรับทั้งเล่นเกมหรือทำงานทั่วไป ทำให้มีการปรับแต่งเสียงที่ดีกว่าโน้ตบุ๊คทั่วไปอย่างชัดเจน สนับสนุน VR และ 3D เต็มรูปแบบใช้เล่นเกมนี่บันเทิงได้เต็มอารมณ์ ยิ่งถ้าต่อหูฟังยิ่งได้อรรถรสในการเล่นเกมได้ดีขึ้นไปอีกระดับ

Connector / Thin And Weight

Acer Predator Helios 700 จัดว่าเป็น Gaming Notebook หน้าจอ 17.3 นิ้ว ที่มีขนาดใหญ่และหนากว่า Gaming Notebook ในขนาดหน้าจอเดียวกัน โดยมีพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ กระจายไปทั้งขอบด้านข้างซ้ายขวาและด้านหลังของตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น USB 3.1 Type-A, USB 3.1 Type-C (1 x Thunderbolt 3), 1 x HDMI 1.4, 1 x DisplayPort 1.2, RJ45 E3000 Ethernet Controller ลดกาารกระตุกช่วยให้การเล่นเกมออนไลน์ได้ลื่นๆ ลดค่าปิงต่ำได้เป็นอย่างดี ทำงานผ่านทาง Killer Control Center 2.0 และ Mic-in/Headphone-out ส่วนพอร์ต USB สีฟ้าก็ดูเข้ากันกับตัวเครื่อง Predator เป็นอย่างดี

Acer Predator Helios 700 มี Bluetooth 5.0 และ Wi-Fi 802.11 ax (Wi-Fi 6) ส่วนของการพกพา ก็ถือว่าทำได้แต่อาจจะไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน ด้วยน้ำหนัก 4.5 กิโลกรัม นับว่าหนักกว่ามาตรฐานของ Gaming Notebook โดยเมื่อรวมกับอแดปเตอร์แล้วจะมีน้ำหนักที่มากกว่า 5 กิโลกรัม สรุปคือพอพกพาได้ แต่ในแบกขึ้นรถสาธารณะอันนี้คงไม่ไหว

Inside / Upgrade

การแกะเครื่องฝาล่างของ Acer Predator Helios 700 นั้นสามารถทำได้ง่าย โดยเฉพาะในส่วนของแรมและ SSD M.2 NVMe เพียงแค่ไขน็อตทุกตัวรอบฝาล่างออก จะมีน็อตแค่ตัวเดียวที่มีสติกเกอร์แปะอยู่ เราสามารถเจาะทะลุไปได้เลย จากนั้นใช้มือค่อยๆ ดึงออกมาได้เลยจากด้านหลังมาด้านหน้าทีละฝั่ง โดยจัดว่าเป็นโน้ตบุ๊ครุ่นนึงที่ถอดฝาได้ง่ายมากๆ แต่ถ้าแกะในขั้นต่อไปอันนี้ไม่แนะนำให้ทำเอง ส่งไปศูนย์ Acer จะดีกว่า กรณีที่เราอยากทำความสะอาดกรณีที่ใชงานไปแล้วซักพัก ส่วนการอัพเกรดนั้น คงไม่ต้องแต่อย่างใด เพราะสุดทางแล้วสำหรับรุ่นท็อป

จากภาพเห็นได้ถึงแรมสามารถติดตั้งได้ 2 แถว โดยติดตั้ง 16GB มาแล้ว 2 แถว คาดว่าจำเป็นต้องแกะส่วนอื่นต่อถึงจะเป็นแรม 16GB อีก 2 แถว ที่รวมแล้วเป็น 64GB ส่วน SSD M.2 NVMe ติดตั้ง 2 สล็อตด้วยกัน คือ 1TB x 2 พร้อมมีแผ่นโลหะปิดมาอีกชั้นเพื่อความแข็งแรง  อย่างไรก็ตามการแกะฝาล่างนั้นไม่ทำให้หลุดประกันแต่บริษัทจะไม่รับผิดชอบหากแกะเองแล้วเกิดความเสียหาย สรุปแล้วถือได้ว่า Acer ทำการบ้านมาได้ดี การแกะตัวเครื่องในขั้นแรกนี้สามารถทำได้ง่ายและก็สะดวกทีเดียว

Performance / Software

 . 

โดย Acer Predator Helios 700 ที่แอดมินโป้งได้รับมารีวิวนั้นเป็นเครื่องขายจริง มาพร้อมกับชิปประมวลผลที่แรงและดีที่สุดของ CPU Mobile อย่าง Intel Core i9-9980HK โดยจะเป็นรุ่นประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่สุดของช่วงครึ่งปีหลังของ 2019 ซึ่งเป็นชิปประมวลผลที่เน้นการใช้งานหนักๆ ไม่ว่าจะเป็นการโปรเซสหรือเล่นเกม มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 2.4 GHz แต่สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 5.0 GHz เป็นซีพียูแบบ 8 Core 16 Threads มาพร้อมแรมภายในขนาด 64GB DDR4 Buss 2666MHz แบบ 16GB x 4 ที่สามารถขับเคลื่อนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ลิขสิทธิ์ที่มีมาให้แบบสบายๆ

ยกระดับประสบการณ์การเล่นเกม Acer Predator Helios 700 มีการนำชิปประมวลผล หรือ CPU รุ่นล่าสุดจาก Intel Core i Gen 9 มาใส่ไว้ใน Gaming Notebook ตัวใหม่นี้ด้วย ทำให้การประมวลผลการทำงานหรือการเล่นเกมของ Gaming Notebook รุ่นใหม่นี้ ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ได้อย่างที่ไม่เคยมี Gaming Notebook รุ่นไหนเคยทำได้มาก่อน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้นกว่าเดิมถึง 85% มีผลอย่างมากต่อการทำงานที่ต้องใช้การประมวลผลของ CPU หนักๆ เช่น การต่อต่อวีดีโอ หรือเรนเดอร์งาน 3D เป็นต้น

กราฟิกการ์ดเป็นแบบออนบอร์ดอย่าง Intel UHD Graphics 630 ได้ถูกปิดลงไปเพื่อให้การ์ดจอแยกอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2080 ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพที่สุด ที่ต้องบอกว่าแรงเทียบเท่าระดับพีซีแบบสบายๆ แรงกว่า GTX 1080 SLI (2 ใบ) ที่เป็นรุ่นก่อนหน้าแน่นนอน เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว เรียกว่าสำหรับเกมออนไลน์สามารถทำได้เป็น 1xx FPS ขึ้นไป ให้ประสิทธิภาพความแรงที่ดีที่สุด แรงสุดในการ์ดจอ RTX ด้วยกันทั้งหมด

พร้อมกันนั้นยังมาเทคโนโลยี Ray Tracing ที่สามารถแสดงผลการติดตามแสงของวัตถุ และสภาพแวดล้อมในแบบเรียลไทม์ ระหว่างกระบวนการเรนเดอร์กราฟิกสามารถคำนวณการสะท้อน และหักเหแสงได้อย่างถูกต้อง ครอบคลุมทั้งแสง และเงาทางกายภาพ ทำให้เกมนั้นสมจริงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เรียกได้ยิ่งตอบสนองในส่วนของการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ 3 มิติ หรือเกมที่กินทรัพยากรได้เป็นอย่างดีทีเดียว เหนือชั้นกว่าการ์ดจอ GTX 10 Series ก่อนหน้านี้ทีเดียว ที่ไม่ใช่แค่ลื่นไหลแต่สวยสมจริงด้วย รวมไปถึงมีชิปช่วยประมวลผลภาพแยกอย่าง NVIDIA G-Sync ทำให้ลดภาระของซีพียูในเรื่องของการทำงานลดภาพฉีกขาดลงไปอีกขั้น (ดีกว่าไม่มีชิป NVIDIA G-Sync แน่นอน)

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงสุดๆ ที่น่าประทับใจ เปรียบเทียบกับชิปประมวลผลรุ่นก่อนหน้าแล้ว ก็ทำได้ดีกว่าเล็กน้อย รวมไปถึงตัวกราฟิกการ์ดเองก็มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์ในส่วนของงานประมวลผลหนักๆ ได้อย่างสบายๆ รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ สมกับเป็นชิปประมวลผลตัวบนในรุ่นใช้งานเต็มกำลัง และการ์ดจอระดับบน ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก

ตัวเก็บข้อมูลของเครื่องที่เลือกใช้ SSD ก็ทำคะแนนออกมาได้อย่างรวดเร็วเป็นที่น่าพอใจบนขนาดความจุ 2TB แบบ M.2 NVMe PCIe ที่ 1TB x 2 มาตรฐานระดับสูง แน่นอนว่าเร็วกว่า SSD M.2 SATA 3 แบบทั่วไปมาก ยิ่งเมื่อนำไปใช้เทียบกับฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแล้วละก็จะเห็นถึงประสิทธิภาพทั้งในด้านการทดสอบและในด้านการใช้งานจริงที่แตกต่างกันอย่างเห็นเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดอะไรปุ๊บก็ติดปั๊บ ทั้งการทำงานและเล่นเกม ที่ต้องบอกว่าความเร็วระดับการอ่านที่ราวๆ 3504MB/s และเขียนที่ 3273MB/s โหลดอะไรก็เร็วไปหมดไม่ต้องรอเลย

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 6,901 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานทั่วไปโดยรวมนั้นสอบผ่านแบบสบายๆ เหลือเฟือมากๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ และจากการที่เป็นโน้ตบุ๊คเล่นเกมมีการ์ดจอแยกอย่าง RTX 2080 ทำให้มีคะแนนพุ่งกว่า Gaming Notebook ทั่วไปมากๆ กับคะแนนสูงระดับนี้ที่เราไม่ค่อยได้เห็นเท่าไร

คะแนนและเฟรมเรมในการเล่นเกมทำออกมาน่าสนใจมากๆ โดยเฉลี่ยของเฟรมเรท (FPS) จากทั้ง 6 เกมที่ได้ทดสอบมีค่าเฟรมเรทเฉลี่ยมากกว่า 60 – 90 – 144 FPS ขึ้นไปแทบทุกเกม ซึ่งตรงนี้ก็สามารถชี้วัดความสามารถในการเล่นเกมที่กราฟิกละเอียดๆ และภาพสวยๆ ได้ลื่นไหลเป็นอย่างดีเลย จากการที่สเปกภายในเป็นชิปประมวลผล Intel Core i9-9980HK ที่สามารถรีดพลัง NVIDIA GeForce RTX 2080 ออกมาได้อย่างเต็มที่สุดพลัง ประกอบกับยังใช้แรม 64GB DDR4 Bus 2666 รวมไปถึง SSD NVMe ระดับสูงก็ส่งผลช่วยด้วยทั้งหมด

ทดสอบเกมออนไลน์อย่าง DOTA 2 / Overwatch / PUBG ก็จัดการทดสอบแบบปรับสุดหมดให้ด้วยเช่นกันที่ความละเอียด Full HD ซึ่งเป็นความละเอียดที่จะสามารถเล่นให้ลื่นไหลมากๆ สำหรับรายละเอียดภาพอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเปิดทุกอัน  ผลที่ได้ออกมาก็คือสามารถเรนเดอร์ได้อย่างไหลลื่นในระดับเฟรมเรทที่สูงสุด แม้กระทั่งฉากตะลุมบอนกันก็สบายๆ ค่าเฟรมเรทอยู่ที่ราวๆ 1xx – 2xx ขึ้นไปตลอด เรียกได้ว่ารองรับหน้าจอ 144Hz แบบนิ่งๆ ได้สมบูรณ์แบบที่สุด อย่างที่หาได้ยากใน Gaming Notebook เมื่อเราปรับสุดทั้งหมด

ส่วนเกมกินทรัพยากรพอตัวอย่าง Battlefield V / FarCry 5 / GTA V ก็สามารถเล่นได้ดีที่ความละเอียด Full HD โดยกราฟิกปรับระดับสูงสุดทั้งหมด ตามภาพด้านบน ที่ต้องบอกว่าภาพก็สวยจนน่าประทับใจ เรียกได้ว่าเหลือๆ กับการตอบสนองความต้องการเล่นเกมได้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว โดยเกม Battlefield V โดดเด่นด้วการรองรับเทคโนโลยี Ray Tracing ที่ไม่ใช่แค่ลื่นไหล แต่สวยสมจริงกว่าที่เคยมีมาอีกด้วย รวมไปถึงเห็นได้ชัดถึงความต่างของเฟรมเรทที่ได้

ซึ่งการที่จะดันเฟรมเรทให้ได้สูงเพียงพอต่อความสามารถอันล้นเหลือของหน้าจอแสดงผลนั้น ทำให้ Acer Predator Helios 700  จึงมาพร้อมกับกราฟิกการ์ดระดับสูงสุดถึง GeForce RTX 2080โดยสถาปัตยกรรม Turing แบบใหม่ที่มาพร้อมกับกลุ่มกราฟิกการ์ดสำหรับโน้ตบุ๊ครุ่นล่าสุดจากทาง NVIDIA นั้นได้รวมเอาการเรนเดอร์ภาพแบบปกติเข้ากับเทคโนโลยี Ray tracing แบบเรียลไทม์ และระบบปัญญาประดิษฐ์

เพื่อให้ได้ซึ่งความสมจริงที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น แกนประมวลผล CUDA แบบเดิมทำงานร่วมกับแกนประมวลผล RT สำหรับ Ray tracing และแกนประมวลผล Tensor สำหรับ AI เพื่อให้แสง, เงา, และเอฟเฟคท์อื่นๆมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น พลังในการประมวลผลที่มีความหลากหลายเหล่านี้ยังสามารถนำไปใช้ในงานลักษณะอื่นๆได้อีกมากมาย ตั้งแต่การสร้างสรรค์คอนเทนต์ ไปจนถึงการสร้างแบบจำลองสามมิติ หรือการเรียนรู้เชิงลึก (deep learning)

ที่สำคัญด้วยหน้าจอ 144Hz ทำให้เกมมีความลื่นไหลกับฉากที่เคลื่อนไหวเร็วๆ เวลาที่เราปรับให้ปล่อยเฟรมเรทสูงๆ แบบสุดๆ หมดปัญหาภาพฉีก หรือภาพกระตุกไปเลย แต่นั่นก็ต้องอยู่กับตัวเกมด้วยว่าขับเฟรมเรทได้แค่ไหน ถ้าเกมกินสเปกหนักๆ 144Hz อาจไม่เห็นผลมากนักกับความลื่นไหล สรุปโดยรวมแล้ว ก็ถือว่าเล่นได้เหนือชั้นเทียบเท่าพีซีประกอบแรงๆ เลย แถมหน้าจอยังเทพมากๆ อีกด้วย

Acer Predator Helios 700 มาพร้อมกับซอฟแวร์ยูทิลิตี้ PredatorSense รุ่นใหม่ ที่ทำให้เราสามารถปรับค่าต่างๆ ในตัวเครื่องได้อย่างง่ายดายไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าไฟคีย์บอร์ด RGB, ไฟพัดลม, เร่งรอบพัดลมได้เมื่อต้องใช้งานหนักๆ รวมไปถึงเรายังสามารถ Overclock การ์ดจอ เพื่อเร่งประสิทธิภาพให้แรงยิ่งขึ้นไปอีกได้ และสุดท้ายกับการดูสถานะการทำงานของตัวเครื่องก็มีทั้ง อุณหภูมิ รอบพัดลม กันแบบเวลาจริงเลยล่ะ เรียกได้ว่า Acer ใส่ใจใน PredatorSense  เพื่อให้เราใช้งานได้งานและใช้งานได้จริงทีเดียว

นอกจากนี้ทาง Acer Predator Helios 700 เองก็ยังมีในส่วนของซอต์ฟแวร์ที่จะเป็นตัวช่วยในการใช้งานของเราอีกด้วยอย่าง Acer Care Center (เปิดเครื่องมาเจอเลย) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสเปกภายใน หรือเช็คสถานะการทำงานส่วนต่างๆ ของเครื่อง รวมไปถึงยังสามารถ ตรวจเช็คสถานะเครื่องกับข้อมูลแคชต่างๆ ก็ทำการลบทิ้งได้ตรงนี้เลย หรือเช็คอัพเดทซอฟ์ตแวร์และไดร์เวอร์ต่างๆ ของเครื่องก็สามารถทำผ่านตรงนี้ได้เช่นกัน ที่สำคัญถ้าใครต้องการ Backup หรือ Recovery ข้อมูลภายในก็จัดการได้เลย

Battery / Heat / Noise

แบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้ใน Acer Predator Helios 700 เครื่องนี้เป็นแบบฝังตามปกติ ส่วนของการทดสอบระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่โดยตั้งค่าความสว่างหน้าจอและเสียงให้ระดับกลางๆ แล้วเล่นเว็บสลับกับดู Youtube แล้ว โปรแกรม BatteryMon แจ้งระยะเวลาใช้งานต่อเนื่องในเงื่อนไขดังกล่าวประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ แม้ว่าอาจจะใช้งานได้ไม่ยาวนานมาก แต่ก็ต้องเข้าใจว่ารุ่นนี้ปิดการ์ดจอออนบอร์ดลงไป ใช้เป็นการ์ดจอแยกพร้อมระบบ NVIDIA Optimus ช่วยจัดการแทน ทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้ประมาณนี้ก็ถือยอมรับได้แล้ว

ส่วนเรื่องอุณหภูมิในการใช้งานนั้น Acer Predator Helios 700 เมื่อใช้งานแบบปกติชิปประมวลผลจะอยู่ที่ประมาณ  35 – 45 องศาเซลเซียส ภายในห้องปรับอากาศอุณหภูมิประมาณ 25 – 27 องศาเซลเซียส จากนั้นทำการทดสอบเบิร์นให้เครื่องทำงาน 100% ด้วยการเล่นเกมกราฟิก 3 มิติ เพื่อให้เห็นถึงระบบระบายความร้อนและเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นเมื่อพัดลมหมุนรอบจัดสุด ด้วยการเปิดโหมดพัดลมระดับสูงสุดด้วยการกดปุ่ม Turbo เพื่อให้พัดลมทำงาน 100%

ที่ดูจากภาพแล้วจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิสูงสุดของชิปประมวลผล CPU อยู่ที่ไม่เกิน 100 องศาเซลเซียส จัดอยู่ในเกณฑ์ที่ร้อนแต่ไม่ได้กระทบต่อการใช้งานใดๆ นั่นเป็นเพราะ Core i9-9980HK นั้นแรงมากๆ ส่วนการ์ดจอถือว่าเย็นมากๆ ร้อนสุดๆ เพียง 57 องศาเซลเซียสเท่านั้น โดยรวมแล้วมีการจัดการอุณหภูมิได้เป็นอย่างดีมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้กลับมากับความบางเบาตัวเครื่องที่เน้นพกพา แน่นอนว่าดีกว่า Gaming Notebook ในสเปกเดียวกัน สำหรับเสียงรบกวนในเวลาทำงานนั้นถือว่าดังใช้ได้เลย จากการที่เราสามารถเพิ่มรอบสูงสุดได้ด้วยโหมด Turbo นั่นเอง

Conclusion / Award

สรุปรีวิว Acer Predator Helios 700  เป็นสุดยอด Gaming Notebook ดีไซน์เทพ หน้าจอขนาด 17.3″ ที่เน้นความเป็นที่สุดในทุกๆ ด้าน สมกับเป็นรุ่นพี่ใหญ่อย่าง Predator ตระกูล Helios ที่เน้นประสิทธิภาพ ที่ติดตั้งการ์ดจอตัวแรงรุ่นใหม่ล่าสุดระดับท็อปอย่าง NVIDIA GeForce RTX 2080 ด้วยความสมบูรณ์แบบในความเป็นโน้ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกมจากประสิทธิภาพในการเล่นเกมที่ทำได้ดี ให้ความร้อนที่น้อยลงแต่ความแรงเพิ่มขึ้น พร้อมด้วยชิปประมวลผล Intel Core i9-9980HK ที่เป็น Core i Gen 9 ตัวแรงที่สุดของ CPU Mobile อย่างที่หาไม่ได้ใน Gaming Notebook ทั่วไปแน่นอน

ทำงานบนหน่วยความจำแรม DDR4 ขนาด 64GB DDR4 Bus 2666 เรียกได้ว่าเล่นเกม 3 มิติได้ลื่นๆ พร้อมกับทำงานหนักๆ ไปด้วยก็รองรับได้อย่างสบายๆ ที่สำคัญให้มาเลยกับ SSD M.2 NVMe ที่ 2TB (1TB x 2) โดยจุดเด่นที่เหนือชั้นก็คือ HyperDrift keyboar” สามารถใช้มือขวาลากสไลด์เลื่อนออกมาได้ทั้งชุดคีย์บอร์ดและทัชแพด เพิ่มประสบการณ์ใช้งานและพลังการระบายความร้อนยิ่งขึ้นไปด้วยโหมด Turbo Overclock ให้แรงยิ่งขึ้นไปอีก คีย์บอร์ดมาพร้อมคุณสมบัติพิเศษ MagForce Keys สำหรับปุ่ม WASD (มีเป็นกล่องแยกพร้อมชุดถอดแบบแม่เหล็กมาให้เลย) ใช้ระบบเทียบเท่าอะนาล็อค Linear Switches ให้สัมผัสที่ดีเยี่ยมพร้อมความแม่นยำ

รวมไปถึงได้หน้าจอ 144Hz พร้อมใช้พาเนลคุณภาพสูง IPS คุณภาพสูง ขอบเขตสี sRGB ใกล้เคียง 100% โดดเด่นในของเรื่องมุมภาพที่กว้างแบบสีสันเที่ยงตรง เรียกได้ว่าเล่นเกมก็เทพทำงานก็เยี่ยม ที่สำคัญยังติดตั้งชิปประมวลผลภาพ NVIDIA G-SYNC ทำให้ในการใช้งานทั่วไป รวมไปถึงเล่นเกมนั้นไม่มีอาการภาพฉีกหรือภาพเบลอให้เห็นอีกด้วย แถมทั้งยังมีระบบเสียงลำโพงแบบ 5.1 ด้วย ที่ให้มิติสมจริง โดยมีซอฟแวร์ปรับแต่งเสียง Waves Maxx Audio ระบบเสียงที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ขยายทั้งความดัง คุณภาพเสียงที่ดี และเสียงทุ่ม รองรับทั้งเล่นเกมหรือทำงานทั่วไป

เทคโนโลยีการระบายความร้อนด้วยพัดลมแบบพิเศษ AeroBlade 3D Gen 4 ใช้พัดลม 2 ตัวขนาดใหญ่ ออกแบบพิเศษได้รับแรงบันดาลใจจากกลไกการบินที่เงียบสนิทและทรงพลังของนกฮูก ปลายใบพัดลมของเราจึงมีรอยหยักเพื่อให้อากาศผ่านได้มากขึ้น ซึ่งมีช่องระบายอากาศถึง 4 จุด รวมไปถึงการเชื่อมต่อก็ครบครัน ด้วยมาตรฐานการเชื่อมต่ออย่าง Thunderbolt 3 สำหรับการเชื่อมต่อไร้สายเลือกใช้ Wi-Fi AX ดีที่สุดใหม่ที่สุด พร้อม Bluetooth 5.0 ที่สำคัญระบบ Killer Doubleshot Pro ที่ช่วยลด Ping เวลาเล่นเกมมออนไลน์ พร้อมใช้งานอินเตอร์เน็ตอื่นๆ ได้อย่างลื่นไหลอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม Acer Predator Helios 700 ยังพอมีข้อสังเกตอยู่บ้างเล็กน้อยในเรื่องของน้ำหนักตัวเครื่องที่ค่อนข้างมาก โดยตัวเครื่องเปล่าๆ อยู่ที่ 4.5 กิโลกรัม ส่วนถ้ารวมกับอแดปเตอร์แล้วก็จะอยู่ที่ประมาณ 5 กิโลกรัม อีกทั้งอุณหภูมิวัดจากโปรแกรมอาจจะมีความร้อนของชิปประมวลผลที่สูงไปหน่อย แต่ก็ต้องย้ำอีกครั้งว่าไม่มีผลกระทบอะไรนอกจากจิตใจ (ฮา) ส่วนแบตเตอรี่ก็เป็นไปตามคาดคือใช้งานได้ยาวนานประมาณ 2 ชั่วโมงนั่นเอง ซึ่งนั่นก็เป็นอะไรที่พอรับได้อยู่

เอาเป็นว่าเพื่อนๆ ท่านไหนที่สนใจสุดยอดของ Gaming Notebook ปี 2019 ขนาดหน้าจอ 17.3″ ที่ให้ประสิทธิภาพทรงพลังที่สุด พร้อมฟีเจอร์อื่นๆ ที่ครบครันที่สุดล่ะก็ Acer Predator Helios 700 น่าจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุดรุ่นหนึ่งทีเดียว ที่งบประมาณ 129,990 บาท ในส่วนสเปกที่สุดทางอย่าง Intel Core i9-9980HK และการ์ดจอ RTX 2080 สำหรับ Gaming Notebook เครื่องหนึ่งที่ควรมี เรียกได้ว่าเจ็บแต่จบตั้งแต่ตัวเริ่มต้นเลยครับ มีเงินก็ต้องจัดแล้วล่ะ แถมหากเครื่องมีปัญหาก็ประกัน On-site ซ่อมปีถึงบ้าน 3 ปีเลย ที่สำคัญยังมีซ่อมด่วนใน 3 ชั่วโมง กรณีส่งซ่อมศูนย์ พร้อมมีเครื่องสำรองให้ใช้งาน ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานประกันที่ดีมากๆ

ข้อดี

  • ดีไซน์การออกแบบสวยงามถูกใจเกมเมอร์ งานประกอบแน่นวัสดุดีเยี่ยม ประทับใจมาก
  • สเปคสูงสุดและใหม่ล่าที่มาพร้อมกับ Core i9-9980HK + RTX 2080 8GB GDDR6
  • แรมให้มา 64GB และ SSD M.2 NVMe ที่ 2TB แรงลื่น ไม่ต้องอัพเกรด
  • ประสิทธิภาพในการทำงานและเล่นเกมลื่นไหล สมบูรณ์แบบที่สุดรุ่นนึง
  • HyperDrift keyboard เพิ่มความแรงด้วยการ Overclock และการระบายความร้อนที่มากยิ่งขึ้น
  • หน้าจอ Full HD IPS 144Hz คุณภาพสูงมากๆ หาได้ยากในโน้ตบุ๊คในตลาด
  • พอร์ตเชื่อมต่อครบครันพร้อมมี Thunderbolt 3 ไว้ให้ใช้งาน
  • ลำโพงขนาดใหญ่ มีซับวูฟเฟอร์พร้อมกับระบบเสียง 5.1 ให้เสียงที่ดังสมจริง
  • ระบบระบายความร้อนดีมาก ด้วยพัดลม AeroBlade 3D Gen 4 ช่องระบายความร้อน 4 ช่อง
  • คีย์บอร์ดให้สัมผัสที่นุ่มลื่นมือ พร้อมไฟ RGB
  • MagForce Keys สำหรับปุ่ม WASD  เทียบเท่า Linear Switches ให้สัมผัสที่ดีเยี่ยม
  • มาตรฐานการเชื่อมต่อเป็น Wi-Fi AX ที่ทั้งใหม่และดีที่สุด
  • ใช้เน็ตเวิร์คที่รองรับ Killer Doubleshot Pro ช่วยลด Ping เวลาเล่นเกมออนไลน์
  • มี Windows 10 แท้ใช้งานได้ทันที และซอฟต์แวร์ติดเครื่องมาให้ที่ดี

ข้อสังเกต

  • ตัวเครื่องค่อนข้างใหญ่และหนัก เคลื่อนย้ายลำบาก
  • เสียงพัดลมค่อนข้างดังมาก เมื่อใช้งาน 100%
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานประมาณ 2 ชั่วโมง
  • อุณหภูมิชิปประมวลผลค่อนข้างสูง แต่ก็ไม่มีผลอะไร

AWARDS

ในครั้งนี้จะเป็นการเปรียบเทียบการให้รางวัลกับโน้ตบุ๊คในกลุ่ม Gaming Notebook ขนาดหน้าจอ 17.3 นิ้ว ซึ่ง Acer Predator Helios 700 ก็ได้รับรางวัลต่างๆ ดังนี้

Best Gaming

Acer Predator Helios 700 เป็น Gaming Notebook ที่มีความสดใหม่และเทคโนโลยีล้ำๆ มากมาย อาทิเช่น คีย์บอร์ด HyperDrift, MagForce Keys สำหรับปุ่ม WASD, หน้าจอ IPS 144Hz, ระบบระบายความร้อน AeroBlade 3D Gen 4 , ระบบเสียง 5.1 , คีย์บอร์ดไฟ RGB, ชิป NVIDIA G-Sync, Killer Network, Thunderbolt 3 รวมไปถึงซอฟต์แวร์ PredatorSense  ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง ถือได้ว่าเป็นผู้นำในตลาด Gaming Notebook ยิ่งเทียบในระดับเดียวกันยิ่งหาตัวจับยาก

Best Performance

Acer Predator Helios 700 มีสเปคที่ครบครันและดีที่สุดในตลาด ทั้งชิปประมวลผลตัวท็อป Intel Core i9-9980HK และการ์ดจอตัวแรงที่สุด NVIDIA GeForce RTX 2080 (8GB GDDR6) พร้อมแรมตัวเครื่องที่ขนาด 64GB และ SSD แบบ NVMe M.2 ให้การเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วสูง รองรับการทำงานต่างๆ พร้อมๆ กันได้หลายๆ งาน รวมถึงเล่นเกมได้อย่างลื่นไหล ใส่มาแล้วทันทีที่ 2TB ประสิทธิภาพการใช้งานโดยรวมประทับใจมากๆ จัดว่าเป็นหนึ่งใน Gaming Notebook ที่แรงที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ก็ว่าได้

Best Design

รื่องของรูปร่างหน้าตาก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Acer มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งจุดเด่นในข้อนี้ก็เห็นได้ชัดใน Acer Predator Helios 700 ที่มีดีไซน์ของตัวเครื่องสวยงาม ดุดัน เรียกได้ว่าพัฒนามาจากตัว Predator ทุกรุ่นได้อย่างยอดเยี่ยมและลงตัวสุดๆ มาพร้อมกับความโดดเด่นของ HyperDrift keyboard มาในโทนสีดำอย่าง Obsidian black สลับกับสีฟ้าบางส่วนอย่างโลโก้และฟินระบายความร้อน พร้อมกันนั้นพื้นผิวเรียบจากการใช้วิธีพ่นทราย ซึ่งจะทำได้ละเอียดกว่าการขัดปกติ ผิวชิ้นงานเนียน

© Copyright - Notebookspec.com All Rights